Thailand’s Most Social Power Brand 2016 จัดอันดับแบรนด์ทรงพลังบนโลกโซเชียลมีเดียประจำปี 2559

กลับมาอีกครั้งกับการจัดอันดับสุดยอดแบรนด์ทรงประสิทธิภาพบนโลกโซเชียล ที่ทาง THOTHZOCIAL ร่วมมือกับนิตยสารการตลาดชื่อดัง BrandAge ซึ่งในปีนี้เรายกระดับความเข้มข้นขึ้นด้วยการเพิ่มช่องทางสื่อสารยอดนิยมอย่าง Youtube เข้ามาคำนวณด้วย



โดยยังคงใช้เกณฑ์การตัดสินหลัก Zocial Metric 2016 เกณฑ์ที่ใช้จัดอันดับรางวัลในงาน Thailand Zocial Awards 2016 แต่มีการปรับค่าคำนวณให้เหลือเพียง 2 Platform คือ Facebook Page ในอัตราส่วน 55% (1. Reach 15% 2.Interaction 40% 3.Growth 10% 4.Share 35% ) และ Youtube Channel ในอัตราส่วน 45% (1. Reach 25% 2. Interactive 15% 3. View 35% 4. Share 25%) เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดย Account ที่เรานำมาคำนวณต้องเป็น Official Account เท่านั้น



ก่อนที่เราจะเจาะลึกไปยังแบรนด์ที่ติดอันดับทั้งหลาย เรามาดูภาพรวมในภาคของประเภทธุรกิจทั้ง 8 กันครับ ซึ่งผลของ Thailand’s most social power brand 2016 ในครั้งนี้เป็นการจัดอันดับในช่วง 1 มกราคม – 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา และสำหรับประเภทธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ กลุ่มธุรกิจ Digital TV ด้วยคะแนนสูงถึง 90.4% อันดับสองคือ กลุ่มธุรกิจ Consumer อยู่ที่ 51.7% คะแนน ส่วนอันดับ 3 และ 4 คือ กลุ่มธุรกิจ Retail และกลุ่มธุรกิจ Bank & Finance ที่คะแนนตามกันมาติดๆ 33% และ 33% ตามลำดับ อันดับที่ 5 คือกลุ่มธุรกิจ Automobile ด้วยคะแนน 20.9% ต่อด้วยอันดับที่ 6 คือกลุ่มธุรกิจ IT & Digital ได้รับคะแนน 20.6% อันดับที่ 7 คือกลุมธุรกิจ Real Estate ด้วยคะแนน 13.8% และสุดท้ายอันดับ 8 คือกลุ่มธุรกิจ E-Commerce ที่คะแนน 10.4%

คราวนี้เรามาเริ่มลงรายละเอียดในแต่ละกลุ่มธุรกิจแบบนับถอยหลังไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ กับกลุ่มธุรกิจอันดับที่ 8 E-Commerce



ปัจจุบันการซื้อ-ขายผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เริ่มมีบทบาทและเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยรูปแบบที่สร้างความสะดวกสบายให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาเกิดการแข่งขันในแวดวงธุรกิจนี้เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามอันดับที่ 1 ก็คงจะหนีไม่พ้นเจ้าเก่า เจ้าเก๋าอย่าง LAZADA เรียกได้ว่าเป็นยุคบุกเบิกของกลุ่มธุรกิจนี้ก็ว่าได้ ตามมาด้วย iTrueMart ในอันดับที่ 2 สำหรับเจ้านี้ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ เพราะเปิดตัวมาเพียงไม่นานก็สามารถไต่อันดับขึ้นมาจ่อท้ายอันดับที่ 1 ได้แล้ว อันดับที่ 3 คือ Kaidee หรือที่เราจะได้ยินชื่อในโฆษณาโทรทัศน์ว่า Kaidee.com นั่นแหละครับ ที่ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อ หรือคนขายก็ง่าย ซึ่งทุกแบรนด์ก็ต่างพากันกระตุ้นตลาดออนไลน์กันแบบไม่มีใครยอมใคร เสนอความหลากหลาย ความสะดวกสบายมาให้กันขนาดนี้ ไหนๆ มีใครเป็นลูกค้าประจำของเจ้าไหนกันบ้างครับ

ถัดไปที่กลุ่ม Real Estate เมื่อพูดถึงกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่เรื่องที่พักอาศัยถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ขาดไม่ได้ และกลุ่มธุรกิจ Real Estate ที่ทรงประสิทธิภาพบนโลกออนไลน์เป็นอันดับ 1 คือ Sansiri หรือเครือแสนสิริที่เราคุ้นหูกันมานานนั่นเอง อันดับที่ 2 เป็นของ Major Development เน้นอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเมียม ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะไม่คุ้นกับชื่อนี้กันเท่าไหร่นัก แต่หากลองเอ่ยชื่อ AGUSTON สุขุมวิท 22, M Project หรือ MAESTRO Residence คือกลุ่มคอนโดมิเนียมภายใต้การดูแลของเขาครับ สำหรับอันดับที่ 3 คือ SC Asset กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่มีทั้งโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม/โฮมออฟฟิศ และคอนโดมิเนียมมากมาย เช่น กรานาดา, แกรนด์ แบงกอก บูเลอวาร์ด, ศาลาแดงวัน, วิสต้า ปาร์ค และเวิร์คเพลส เป็นต้น ครับ



ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหล่าอุปกรณ์ IT & Digital มีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันเรามากขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงไม่แปลกใจเลยว่ากลุ่มธุรกิจประเภทนี้จะไต่อันดับความทรงประสิทธิภาพขึ้นมารวดเร็วเช่นกัน แต่ในกลุ่มอุปกรณ์ IT& Digital เองก็แบ่งออกเป็นหลายประเภทการใช้งาน ดังนั้นเราจึงขอจำแนกออกเป็น 3 หมวดหมู่ย่อย ดังนี้ Digital Imaging (กลุ่มอุปกรณ์ถ่ายภาพ), Digital IT (กลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) และ Operator (กลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคม)

เริ่มกันที่ Digital Imaging ภาพถ่ายถือเป็นอีกเรื่องสิ่งที่สามารถบันทึกความทรงจำดีๆ เอาไว้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นในยุคนี้ภาพถ่ายยังเป็นสิ่งที่สามารถแชร์เรื่องราวผ่านทางโซเชียลมีเดียของเราได้อีกด้วย ดังนั้นใครมีภาพสวยๆ ไว้แชร์เพื่อนๆ นั้นถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง โดยกลุ่มธุรกิจ Digital Imaging ที่ทรงประสิทธิภาพอันดับ 1 ก็คือเจ้าใหญ่อย่าง Canon นั่นเอง รองมาด้วยอีกหนึ่งเจ้าดัง Nikon ในอันดับที่ 2 ด้วยความที่ทั้ง 2 แบรนด์เป็นแบรนด์อุปกรณ์ถ่ายภาพที่มีประวัติยาวนาน ทำให้ผู้คนเชื่อถือและไว้วางใจในประสิทธิภาพ และยิ่งทั้งสองแบรนด์หันมาสนใจการตลาดออนไลน์มากขึ้น ก็ยิ่งเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นไปด้วย ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของ Casio Exilim สินค้าซีรี่ย์ใหญ่ภายใต้บริษัทที่ผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นนั่นเองครับ

กลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อำนวยความสะดวกสบายให้ชีวิตเราได้มากมายหลายด้าน ทั้งด้านการสื่อสารที่มี smartphone มารองรับช่องทางการสื่อสารใหม่ๆ ด้านการทำงานที่มีคอมพิวเตอร์ไว้เรียบเรียง จัดเก็บข้อมูลสำคัญ หรือจะเป็น printer/เครื่องถ่ายเอกสาร ที่เนรมิตรายงานทุกแผ่นได้ง่ายเพียงแค่คลิ๊ก โดยแบรนด์ที่ได้อันดับ 1 ไปครองได้แก่ Samsung Mobile ไม่แปลกใจเลยกับแบรนด์อันดับ 1 นี้ เพราะหลายคนคงเห็นแล้วว่าทาง Samsung Mobile ลงทุนกับการตลาดออนไลน์มากแค่ไหน ห่างกันมาไม่มากกับอันดับที่ 2 อย่าง OPPO ที่เริ่มทำการตลาดออนไลน์มากขึ้น พร้อมกับการนำเสนอจุดเด่นของสินค้าให้ตรงใจผู้บริโภค และอันดับที่ 3 คือ ASUS เป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างได้เปรียบ เพราะมีทั้งสินค้าประเภท notebook และ smartphone และด้วยชื่อเสียงที่เป็ฯที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว จึงไม่ยากที่จะขึ้นมาอยู่ใน Top 3

สุดท้ายในกลุ่มธุรกิจ IT & Digital กับหมวดหมู่ Operator แน่นอนว่า 3 อันดับแรกนั้นเป็นของ 3 เครือข่ายรายใหญ่ของประเทศไทยอย่าง AIS ทรงประสิทธิภาพในอันดับ 1 DTAC อันดับ 2 และ TrueMove H อันดับ 3 แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือค่ายน้องใหม่ที่พึ่งเปิดตัวมาไม่นานอย่าง PenguinSim กลับได้รับอันดับทรงประสิทธิภาพบนโลกออนไลน์แซงหน้า TOT เครือข่ายการสื่อสารรายแรกๆ ของประเทศไทย ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 4 เป็นที่เรียบร้อยครับ



สำหรับกลุ่มธุรกิจทรงประสิทธิภาพบนโลกออนไลน์ในอันดับที่ 5 คือกลุ่มธุรกิจประเภท Automobile หรือว่ารถยนต์นั่นเองครับ และค่ายรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ก็คือ ค่ายรถยนต์แบรนด์อเมริกา Ford ตามมาด้วยค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Toyota และ Mazda ในอันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับ ส่วน Honda ตกอยู่ในอันดับที่ 4 และ แบรนด์สวีเดน Volvo อันดับที่ 5  ด้วยผลการจัดอันดับนี้เพื่อนๆอาจจะมองว่าไม่ตรงกับปริมาณแบรนด์รถยนต์ที่นิยมใช้กันบนท้องถนน จึงต้องขอบอกว่าผลการจัดอันดับนี้คำนวณจากประสิทธิภาพของการทำการตลาดบนโลกออนไลน์บน 2 platform ได้แก่ Facebook Page และ Youtube Channel ของแบรนด์นั้นๆนะครับ



ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจประเภทใดก็ตาม ใจกลางการเติบโตของธุรกิจก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการเงิน ดังนั้นกลุ่มธุรกิจประเภท Bank & Finance จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่ในกลุ่มธุรกิจประเภทนี้ก็ใช่ว่าจะมีเพียงลักษณะธนาคารเพียงอย่างเดียว และครั้งนี้เราได้จำแนกออกเป็น 4 หมวดหมู่ ได้แก่ Bank (กลุ่มธุรกิจธนาคาร), Personal Finance (กลุ่มธุรกิจการเงินส่วนบุคคล), Life Insurance (กลุ่มธุรกิจประกันชีวิต) และInsurance (กลุ่มธุรกิจประกันภัย)

หากลองสังเกตกันดูดีๆ พักหลังมานี้กลุ่มธุรกิจธนาคารแบรนด์ต่างๆ พากันเร่งทำการตลาดบนโลกออนไลน์กันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยธนาคารกรุงไทยขึ้นแท่นอยู่ที่อันดับ 1 ด้วยการนำเสนอโฆษณา Viral ที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวออนไลน์เป็นอย่างมาก ต่อมาด้วยอันดับที่ 2 กับธนาคารชื่อดังสีม่วงอย่างธนาคารไทยพานิชย์ ที่เริ่มขยับขยายขอบเขตการบริการให้ครอบคลุมทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์ อันดับ 3 เป็นของธนาคารธนชาติ อีกหนึ่งแบรนด์ที่เล็งเห็นความสำคัญของการตลาดออนไลน์

สถานการณ์การเงินของแต่ละบุคคลนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ กลุ่มธุรกิจการเงินส่วนบุคคลจึงเกิดขึ้น และเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย และรวดเร็ว การตลาดออนไลน์จึงเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง สำหรับผลกาจัดอันดับในหมวดหมู่นี้ อันดับที่ 1 และ 2 เป็นแบรนด์ในเครือธนาคารกรุงศรี คือ Krungsri Auto และ Krungsri First Choice ตามลำดับ ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของแบรนด์ที่ทำการตลาดบนสื่อออนไลน์ และสื่อโทรทัศน์ได้ดี จนใครๆ ก็รู้จักนั่นคือ เงินติดล้อนั่นเองครับ

กลุ่มธุรกิจประเภทประกัน เป็นกลุ่มธุรกิจที่เรารู้จักกันมานาน และเป็นสินค้าที่สามารถเพิ่มความอุ่นใจให้กับทั้งตัวเอง และคนในครอบครัวได้ แต่เมื่อพูดถึงกลุ่มธุรกิจประกันชีวิต ที่ทรงประสิทธิภาพบนโลกออนไลน์ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ อันดับ 1 ได้แก่ FWD แบรนด์น้องใหม่มาแรง กระตุ้น awareness ด้วยการโฆษณาออนไลน์ที่เข้าถึงทุกกลุ่มผู้บริโภค แซงหน้าเจ้าใหญ่ในอันดับ 2 และอันดับ 3 อย่าง AIA และ Allianz Ayudhya ไปครับ

สำหรับอีกหมวดหมู่ในกลุ่มธุรกิจนี้ คือกลุ่มธุรกิจประกันภัย ที่ทิพยประกันภัย กระตุ้นแบรนด์จนได้อันดับที่ 1 ไปครอบครอง อันดับที่ 2 คือสยามซิตี้ประกันภัย และอันดับที่ 3 คือนวกิจประกันภัยนั่นเองครับ



เข้าสู่ Top 3 กันแล้ว รับประกันเลยว่าทั้งประเภทของกลุ่มธุรกิจ และแบรนด์ต่างๆ จะเป็นชื่อที่เรารู้จัก แถมยังเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามากกว่าอันดับที่ผ่านมาข้างต้นอย่างแน่นอนครับ สำหรับ

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่ทรงประสิทธิภาพในอันดับที่ 3 ก็คือกลุ่ม Retail ในกลุ่มธุรกิจประเภทนี้ เราได้จำแนกออกเป็น 2 หมวดหมู่ย่อย ได้แก่ หมวดหมู่ Food & Restautant (อาหารและร้านอาหาร) และหมวดหมู่ Retail (ร้านค้าปลีก, ร้านสะดวกซื้อ) เริ่มกันที่หมวดหมู่ Food & Restaurant กันก่อน โดยอันดับ 1 เป็นของร้านไก่ทอดผู้พันที่ทุกคนคุ้นเคย KFC ที่สามารถสร้าง character ของแบรนด์บนโลกออนไลน์ได้น่าสนใจตามมาด้วยร้านปิ้งย่างชื่อดังอย่าง Bar B Q Plaza ในอันดับที่ 2 เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้าง character ได้ชัดเจน แถมยังมีการสร้าง campaign บนโลกออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ และ Hot Pot Buffet ในอันดับที่ 3 ที่ใช้ความเคลื่อนไหวบนสังคมออนไลน์ กระตุ้นการตลาดของแบรนด์

ต่อกันที่หมดหมู่ Retail ที่อันดับ 1 จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก 7-Eleven ทั้งสื่อ online และ offline เรียกได้ว่าทำการตลาดแบบครอบคลุมทุกพื้นที่ ส่วนอันดับที่ 2 คือ Tesco Lotus ที่เมื่อคิดถึงของสด ของถูกต่างก็ต้องคิดถึงที่นี้ก่อน ปิดท้ายกันด้วยอันดับที่ 3 ศูนย์การค้าส่งเพื่อผู้ประกอบการมืออาชีพอย่าง Makro นั่นเองครับ



กลุ่มธุรกิจที่ได้รับอันดับ 2 ไปนั้น คือกลุ่มธุรกิจประเภท Consumer สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งในกลุ่มธุรกิจประเภทนี้มีสินค้ามากมายหลากหลายชนิด เราจึงจำแนกออกเป็น 8 หมวดหมู่ครับ ได้แก่ Alcohol (เครื่องดื่มแอลกอฮอล์), Carbonate Drink (น้ำอัดลม), Cosmetic (เครื่องสำอาง), Functional Drink (เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ), Personal Care (ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว), RTD Tea (ชาพร้อมดื่ม), Snack & Ice cream (ขนมคบเคี้ยว & ไอศกรีม) และ UHT Milk (นมยูเฮชที)

เริ่มกันเลยกับหมวดหมู่ Alcohol เครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกงานสังสรรกันบ้าง สินค้าในหมวดหมู่นี้สร้างสรรค์ผลงานได้จากหัวข้อที่หลากหลาย เช่น เรื่องมิตรภาพ, ความสุขในชีวิต เป็นต้น โดยอันดับที่ 1 เป็นของ Chang World อันดับที่ 2 เป็นของ Leo ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของ Johnie Walker

ต่อเนื่องกับหมวดหมู่เครื่องดื่มกลุ่ม Carbonate Drink เป็นสินค้าอีกหมวดหมู่หนึ่งที่มีหลากหลายหัวข้อเอื้ออำนวยในการสร้าง campaign บนช่องทางออนไลน์ เช่น ความซ่า, ความสดชื่น เป็นต้น ซึ่งในหมวดนี้เพื่อนๆ คงจะเดาแบรนด์อันดับ 1 กันได้ไม่ยาก เพราะเมื่อพูดถึงแบรนด์น้ำอัดลมที่พบเห็นได้บ่อยบนสื่อออนไลน์นั้น ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก Coca-Cola หรือ Coke นั่นเองครับ นอกจากนี้ยังส่งแบรนด์ในเครืออย่าง Fanta มาอยู่ในอันดับที่ 2 อีกด้วย ส่วน Pepsi อยู่ในอันดับที่ 3 ครับ

กลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางเป็นกลุ่มธุรกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในบ้านเรา จนมีแบรนด์เครื่องสำอางน้องใหม่เกิดขึ้นมากมายตามกระแสความนิยม แต่ถึงจะมากมายแค่ไหนก็ยังไม่สามารถแซงหน้าแบรนด์ดัง แบรนด์ใหญ่อย่าง L’oreal Paris ไปได้ โดยในช่วงที่ผ่านมาทางแบรนด์ L’oreal ได้สร้างสรรค์ผลงานเพื่อการตลาดออนไลน์ไว้ไม่น้อย ซึ่งมันไม่เพียงสร้างความทันสมัยให้แบรนด์เท่านั้น แต่ทำให้มีคนรู้จักและสนใจสินค้าของแบรนด์มากขึ้นอีกด้วย รวมไปถึงแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นในอันดับที่ 2 อย่าง SK-II เองก็เช่นกันที่ผลงานด้านการตลาดออนไลน์ ช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้แบรนด์มากขึ้น ส่วนอันดับที่ 3 คือ Karmarts ลงแข่งขันด้วยรูปแบบ และราคาของสินค้าที่ตรงใจผู้บริโภคมากกว่าครับ

และเมื่อกระแสรักสุขภาพกำลังเป็นที่นิยม สินค้าประเภทเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพก็เติบโตขึ้นไปด้วย แต่สำหรับอันดับที่ 1 อาจจะผิดคลาดกันไปนิดหน่อย เพราะเป็น เครื่องดื่มพร้อมวิตามินบำรุงผิวพรรณสำหรับผู้ชาย Mansome แสดงให้เห็นได้ว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้นที่ใส่ใจเรื่องผิวพรรณแล้วนะครับ ผู้ชายก็ใส่ใจตัวเองมากขึ้นเหมือนกัน กลับมาที่อันดับที่ 2 คือ Sappe’ For One Day และอันดับที่ 3 คือ Jele Beautie ครับ

กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่ไม่เคยหยุดพัฒนาสินค้าใหม่ๆ มาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แต่มีเพียงแบรนด์ที่ทำการตลาดได้ครอบคลุมเท่านั้นที่จะสามารถครองใจผู้บริโภคได้ ซึ่งแบรนด์ Clear แชมพูสำหรับดูแลหนังศีรษะอยู่ในอันดับที่ 1 ส่วนอันดับที่ 2 คือ Sunsilk แบรนด์แชมพูที่มีหลายสูตรเพื่อผมสวย และ Nivea ที่มีทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผู้หน้า และผิวกาย อยู่ในอันดับที่ 3 ครับ

มากันที่หมวดหมู่ RTD Tea หรือชาพร้อมดื่มกันบ้าง ที่แบรนด์ ICHITAN และ Yen Yen ใช้ campaign ตอบแทนผู้บริโภคกระตุ้นการเติบโตของแบรนด์ และแน่นอนในอันดับที่ 3 ก็คือ Oishi Drink นั่นเองครับ

หลังจากนี้เรามาผ่อนคลายกันด้วยสินค้าประเภทขนมขบเคี้ยวกันบ้างครับ กับหมวดหมู่ Snack & Ice Cream ที่ CP Brand อยู่ในอันดับที่ 1 มีทั้งไส้กรอก นักเก็ต และอาหารว่างต่างๆ ตามมาด้วยแบรนด์ขนมขบเคี้ยวชื่อดัง Lay’s ตอบโจทย์ผู้บริโภคด้วยรสชาติที่หลากหลาย และอันดับ 3 เป็นของ Cornetto สินค้าในเครือ Wall’s ที่รวมเอาไอศกรีมรสชาติเข้มข้นกับโคนกรอบมาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ปิดท้ายกลุ่มธุรกิจ Consumer ด้วยหมวดหมู่ UHT Milk ที่แบรนด์ Foremost อยู่ในอันดับที่ 1 ส่วนแบรนด์นมพร้อมดื่มสำหรับเด็ก Enfa อยู่ในอันดับที่ 2 และแบรนด์นมถั่วเหลืองขวดแก้ว Vitamilk อยู่ในอันดับที่ 3 ครับ



และในที่สุดก็มาถึงกลุ่มธุรกิจทรงประสิทธิภาพบนโลกออนไลน์ อันดับที่ 1 คือกลุ่ม Digital TV นั่นเองครับ สำหรับกลุ่มธุรกิจนี้เริ่มต้นขึ้นได้ไม่นาน แต่มีการแข่งขันทางการตลาดสูงมากๆ ทุกสถานีต่างพากันนำเสนอรายการที่น่าสนใจ ในรูปแบบของตัวเอง โดยช่องที่ทำการตลาดออนไลน์ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ได้แก่ Workpoint TV โดดเด่นด้วยรายการที่เพิ่มความสนุกสนาน เช่น ปริศนาฟ้าแลบ และชิงร้อยชิงล้าน เป็นต้น ส่วนอันดับที่ 2 อย่าง GMM25 โดดเด่นด้วย Series ที่นำแสดงโดยนักแสดงวัยรุ่น เช่น ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ และ Club Friday เป็นต้น สำหรับช่อง 7 HD อยู่ในอันดับที่ 3 เพราะฐานผู้ชมที่มากอยู่แล้ว ถึงจะเปลี่ยนมาเป็น Digital TV แต่ลักษณะเด่นของละครช่อง 7 ก็ยังคงอยู่ แถมยังเพิ่มเติมรายการใหม่ๆ เข้ามา ทำให้ตรงใจหลากหลายกลุ่มผู้ชมมากขึ้นครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับกลุ่มธุรกิจทรงประสิทธิภาพบนโลกโซเชียล กับข้อมูลเน้นๆ ที่ทาง THOTHZOCIAL ยกมานำเสนอกันในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ และที่สำคัญทางเราหวังว่าข้อมูลชุดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งให้กลุ่มธุรกิจทุกประเภทเล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำการตลาดออนไลน์นะครับ 

*สำหรับท่านใดอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมถึงอันดับแบรนด์อื่นๆและรายละเอียดเกี่ยวกับผลลัพธ์ในการจัดอันดับ

ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมได้ที่นี่

 



 

และหากเพื่อนๆ สนใจในเนื้อหาสาระดีๆแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ www.thothzocial.com และ www.facebook.com/thothzocial ครับ

โธธ โซเชียล และ นีลเส็น ประเทศไทย ประกาศจับมือครั้งประวัติศาสตร์ เสนอบริการใหม่ “Nielsen Zocial Listening” เปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกในโลกโซเชียล เป็นเครื่องมือเพื่อพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจ

THOTH ZOCIAL ผู้ให้บริการระบบบริการข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์ผลครบวงจรที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย และ นีลเส็น ประเทศไทย ผู้ให้ข้อมูลด้านการวิจัยข้อมูลเชิงลึกและการประเมินผลชั้นนำของโลก ประกาศการจับมือเป็นพันธมิตรครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นเครื่องมือในการวางกลยุทธ์ทางการตลาดของผู้ประกอบธุรกิจได้อย่างตรงเป้าหมายในโครงการ “Nielsen Zocial Listening”

โครงการ Nielsen Zocial Listeningเป็นการทำวิจัยแบบเจาะเนื้อหาในแต่ละอุตสาหกรรมลงไปถึงผลิตภัณฑ์ภายใต้อุตสาหกรรมนั้นๆ หรือ Product Category Segment จัดทำขึ้นเป็นรายงานแยกผลิตภัณฑ์หรือบริการ ซึ่ง นีลเส็น ประเทศไทย จะนำข้อมูลจาก โธธ โซเชียล มาผ่านกระบวนการวิเคราะห์ ตีความโดยจัดทำในรูปแบบของรายงานการวิจัย พร้อมที่จะนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการนักการตลาด หรือนักการตลาดด้านดิจิทัลสามารถนำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือทางการตลาดพัฒนากลยุทธ์ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและต่อยอดทางธุรกิจได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยภายในงานจะมีการแนะนำ Nielsen Zocial Listening Insurance Report ผลงานวิจัยร่วมกันชิ้นแรกของโครงการที่ได้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์การสื่อสารที่เกิดขึ้นจริงในโลกออนไลน์ในด้านประกันภัยและประกันชีวิต


คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการบริหาร บริษัท โธธ โซเชียล จำกัด
และ คุณสมวลี ลิมป์รัชตามร กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีลเส็น ประเทศไทย


ร่วมกันเผยว่าความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวที่น่าจับตามองระหว่างผู้นำด้านการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคระดับโลกอย่าง นีลเส็น ประเทศไทย และ โธธ โซเชียล เจ้าพ่อด้านข้อมูลโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่จะมาสร้างข้อมูล Insight เชื่อมต่อระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์ โดยนำเสนอข้อมูลจากเสียงจริงของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ซึ่งเป็นข้อมูลเข้าถึงสะท้อนความคิดเห็นของผู้บริโภคและจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีทิศทางและก้าวทันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว


IMG_0120

คุณกล้า ตั้งสุวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท โธธ โซเชียล จำกัด
Screen Shot 2559-07-27 at 12.43.50 PM


THOTH ZOCIAL ได้ออกมาเผยถึงขั้นตอนและวิธีการได้มาซึ่งฐานข้อมูลที่ใช้ในการทำวิจัยชิ้นนี้ ทางเราได้ทำการคัดกรองบทสนทนาที่เกิดขึ้นบน Social Media ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจประกันชีวิต ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 พฤษภาคม 2559 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีปริมาณข้อความสูงถึง 13,793 ข้อความบนช่องทางต่างๆ และเราได้นำข้อความเหล่านี้มาใส่โครงสร้างเพื่อแยกเป็นประเด็นต่างๆ และส่งต่อให้ Nielsen ใช้วิเคราะห์ลงลึกในขั้นตอนต่อไป


IMG_0129

คุณยุวดี เอี่ยมสนธิทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท นีลเส็น ประเทศไทย


เสริมว่ารายงานนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของโซเชียลมีเดียและอุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร (Financial Services) โดย  3 ประเด็นหลักที่รายงานนี้สามารถตอบโจทย์ให้ได้ ประเด็นแรกคือ ข้อมูลของ Share of Platform หรือข้อมูลที่บ่งชี้ว่าผู้บริโภคมีการพูดถึงเกี่ยวกับธุรกิจประกันในช่องทางใดมากที่สุด โดย Facebook นั้นขึ้นนำเป็นอันดับหนึ่งที่ 48% ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากเฟซบุ๊คเป็น Platform ที่คนไทยนิยมใช้งานกันมาก แต่ที่น่าสนใจคือ Twitter มาเป็นอันดับสองที่ 27% ซึ่งหลายคนคิดว่าอาจจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก แต่ในอุตสาหกรรมของประกันภัยและประกันชีวิตแล้ว ช่องทางนี้มีความสำคัญพอสมควรและน่าจับตามองเลยทีเดียว

สำหรับโครงการหรือผลงานวิจัยชิ้นต่อไป ภายใต้โครงการ Nielsen Zocial Listening จะยังคงเป็นการร่วมมือในการทำโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบการในภาคธุรกิจอื่นต่อไป

สนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้ที่ marketing@thothzocial.com หรือโทร. 02-274- 1299

Social TRAP รู้ไว้…ก่อนตกหลุมพรางโซเชียลมีเดีย

ผ่านไปเมื่อไม่นานมานี้กับงาน Thailand Zocial Awards 2016 Presented by AIS 4G ADVANCED เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา (อ่านสรุปข่าวย้อนหลังได้ที่นี่) ว่าด้วยเรื่องหลุมพรางการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียหรือ Social TRAP ที่นักการตลาดต้องรู้และวิธีเอาตัวรอด ซึ่งในงานก็ได้มีตัวแทนจากองค์กรชั้นนำต่างๆ มาแชร์ความรู้และเทคนิคกันอย่างแพรวพราว จะเป็นยังไงกันบ้าง วันนี้ #THOTHZOCIAL ภูมิใจนำเสนอครับ



เริ่มต้นกันด้วยหัวใจหลักของ Social TRAP ซึ่งเป็น Content หลักของงานในปีนี้

T : Too late คือการตอบสนองที่ช้าเกินไป อย่างที่รู้กันว่าผู้บริโภคในยุคนี้มักไม่ชอบรออะไรนาน ต้องการการตอบสนองที่รวดเร็ว

R : Result คือการสนใจในผลลัพธ์บางอย่างที่ไม่ได้ส่งผลต่อธุรกิจเท่าที่ควร เช่นยอด Like Page, หรือยอด View ต่างๆ ที่ทุกวันนี้สามารถซื้อได้ด้วยการอัด Advertising ซึ่งจริงๆ แล้วเราควรจะมองให้ลึกถึงข้อมูลเชิงคุณภาพมากกว่า เช่น Feedback ของผู้บริโภครวมถึง Comment ต่างๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดธุรกิจได้ไม่รู้จบ

A : Attitude คือทัศนคติที่ยังดื้อและยึดติดความคิดแบบเดิมๆ ไม่ปรับตัวและไม่เข้าใจธรรมชาติของโซเชียลมีเดียที่มีการเปลี่ยนแปลงในอัตราที่รวดเร็วมาก ซึ่งอาจส่งผลให้ล้มเหลวในการทำการตลาดบนช่องทางนี้ได้

P : Praise ตามความหมายแล้วคือการยกย่องซึ่งในที่นี้หมายถึง การอวยตัวเอง หรือการจ้างเขียนรีวิวต่างๆ ที่เกินความจริงไปมาก อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง โดยลืมคิดไปว่าในโลกของโซเชียลมีเดีย ผู้บริโภคสามารถแชร์ความรู้หรือประสบการณ์กันเองได้ง่ายและไวมาก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่แย่ต่อสินค้าก็เป็นได้

นอกจากนี้เรายังได้รับเกียรติจาก Partner ที่เป็นองค์กรชั้นนำอีกหลายท่าน มาแชร์ประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับ Social TRAP ไม่ว่าจะเป็นเอเจนซี่ชั้นนำของประเทศไทยอย่าง นีลเส็น, Mindshare รวมถึงแบรนด์ชั้นนำ อาทิ เมืองไทยประกันชีวิต และ www.sanook.com



ทาง นีลเส็น (ประเทศไทย) มีความเห็นว่า กับดักหลักๆ ที่มักพบเจอคือเรื่องของ มาตรวัดการทำ Digital Advertising ที่ไม่มีความชัดเจน ทำให้ไม่สามารถวัดผลได้ว่า จริงๆ แล้วผู้ที่รับสื่อใช่กลุ่มที่จะซื้อสินค้าของเราจริงๆ หรือไม่ หรือ Impression ที่เกิดขึ้น เกิดจากมนุษย์เห็นโฆษณาเราจริงๆ หรือเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคซึ่งส่งผลให้มีแต่ค่า Impressoin แต่แท้ที่จริงแล้วไม่มีมนุษย์เห็นโฆษณาจริงๆ จึงเกิดเทคโนโลยีที่ช่วยให้นักการตลาดวัดผล Digital Advertising ได้แม่นยำขึ้นด้วย “Viewablity” เป็นการวิเคราะห์ว่า Impression ที่เกิดขึ้นถูกเห็นโดยมนุษย์และตรงกลุ่มเป้าหมายเป็นจำนวนเท่าไร ซึ่งส่งผลให้นักการตลาดมีผลวิเคราะห์ที่แม่นยำขึ้นนั่นเอง และอีกเรื่องทางนีลเส็นพูดถึง Digital Immigrants หรือประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ใช้ Internet ในประเทศไทยเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยมีตัวตนมากบนโลกโซเชียล คือไม่ค่อยแสดงความคิดเห็น แต่จริงๆ แล้ว คนกลุ่มนี้เป็นคนที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งนักการตลาดอาจจะต้องมาสนใจคนกลุ่มนี้ให้มากยิ่งขึ้น



ทางด้าน Digital Agency ชื่อดังของประเทศไทยอย่าง Mindshare ก็ได้ออกมาแชร์ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “สามเหลี่ยมแห่งความเป็นไปไม่ได้” หลายคนเข้าใจว่า Digital Marketing ต้องถูก เร็ว และมีประสิทธิภาพ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ถ้าเราเลือกราคาถูกและรวดเร็ว ประสิทธิภาพมักไม่ดีตาม แต่หากต้องการประสิทธิภาพที่ดี จำเป็นต้องใช้เวลาวางกลยุทธ์และต้องลงทุนในราคาที่สูงตาม และยังพูดถึงเรื่องการตั้ง Objective รวมถึงบรีฟที่ชัดเจนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีอีกด้วย



ทางด้านแบรนด์ก็ไม่น้อยหน้า เพราะทางเมืองไทยประกันชีวิตมาให้เกร็ดความรู้ด้านการตลาดออนไลน์แบบเป็นกันเอง พร้อมเล่าถึงกับดักบนโลกออนไลน์ยอดนิยมจากประสบการณ์จริง ด้วยเหตุผลที่บางครั้งเรามองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไป สนใจเพียงแต่สินค้าของแบรนด์ตนเองจน Content ที่เราแชร์ออกไปไม่ใช่เรื่องที่ผู้บริโภคสนใจ ทำให้เราถูกมองข้ามเสียเอง แต่ในทางกลับกันเราให้ความสำคัญกับความนิยมลวงตา ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือความไม่แน่นอน เราสนใจแค่ยอด Follow และยอด Like ที่เกิดขึ้นใหม่ในแต่ละวัน แต่น้อยคนที่จะหันมาสนใจยอด Unfollow ที่เกิดขึ้นทุกวันเช่นกัน ไม่มองถึงสาเหตุที่เกิดการ Unfollow เพิ่มมากขึ้น Content ของเราทำให้เกิดผลลัพธ์ทางด้านลบมากน้อยแค่ไหน สำหรับบางแบรนด์ที่ดึงดูดความสนใจด้วยกิจกรรมแจกของรางวัล จริงอยู่ที่มีคนสนใจแบรนด์และมาร่วมกิจกรรมมากมาย แต่ในจำนวนนั้นมีคนที่สนใจในตัวแบรนด์และสินค้าของแบรนด์นั้นสักกี่คน ดังนั้นเราไม่ควรหลงไปกับความนิยมชั่วคราวที่ไม่สามารถสร้างความมั่นคงที่แท้จริงได้



สำหรับเว็บไซด์ชื่อดังของเมืองไทยอย่าง Sanook.com มาเผยหลุมพรางไว้ 5 ข้อ ใหญ่ๆ ด้วยกัน นั่นก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ ดังไว้ก่อน บางแบรนด์ต้องการโด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน โดยไม่สนใจผลลัพธ์ที่จะเกิด จึงโพสต์ข้อความ, ภาพ หรือวิดีโอที่ได้รับความสนใจจากคนส่วนมากเท่านั้น พูดง่ายๆ คือการสร้างกระแส แต่กระแสเหล่านี้มักเป็นผลลัพธ์ด้านลบ ที่อยู่ไม่นานก็เงียบหายไปพร้อมการจบตัวลง อีกส่วนหนึ่งก็เป็นการที่แบรนด์ไม่สนใจความรู้สึกของผู้ใช้สินค้า/บริการ เมื่อแบรนด์ประเภทนี้ได้รับความสนใจและค่าตอบแทนจากลูกค้าแล้ว ก็ไม่สนใจความคิดเห็นหรือปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้า ไม่ตอบคำถามหรือให้คำแนะนำกับลูกค้า หรือถ้าพูดในเชิงบริการคือไม่มีบริการหลังการขาย หรืออาจจะมีแต่ไม่ดีเท่าที่ควร ต่อมากับอีกประเภทหนึ่งคือแบรนด์ที่พยายามขายของมากเกินไป หรือ Hard Sell ทำทุกวิธีเพื่อโปรโมทสินค้าเท่านั้น ไม่คิดถึงความเหมาะสมและไม่คิดว่าผู้บริโภคสมัยนี้มีความคิดที่เปลี่ยนไป เขาดูออกว่าแบบไหนจริง แบบไหนสร้าง และอีกข้อหนึ่งสำคัญมากคือ แบรนด์ไม่รู้จักลูกค้าของตัวเอง ไม่รู้ว่ากลุ่มคนช่วงอายุไหน เพศอะไรที่มีความสนใจในสินค้าของตน ทำให้ทำการตลาดได้ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ผลตอบรับจึงไม่ดีเท่าที่ควร และสุดท้ายความถูกต้องคือสิ่งสำคัญ บางแบรนด์สนใจแค่กระแสตอบรับของโพสต์ จนอาจลืมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่แชร์ออกไป และข้อมูลที่ผิดพลาดนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่โต ยากเกินแก้ หรือเกิดดราม่า จนเสียภาพลักษณ์แบรนด์ได้

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับเกล็ดความรู้ในการทำการตลาดออนไลน์ที่ทาง #THOTHZOCIAL เก็บตกจากงาน Thailand Zocial Awards 2016 Presented by AIS 4G ADVANCED เข้าใจไม่ยากเลยใช่ไหมครับ หากใครสนใจเนื้อหา รวมถึงอยากชมเทปบันทึกภาพของงานแบบจัดเต็ม 4 ชั่วโมง (สามารถชมเทปบันทึกภาพย้อนหลังได้ที่นี่) และอย่าลืมนำไปปรับใช้กับธุรกิจของตัวเองกันนะครับ



THOTH ZOCIAL เราให้บริการเกี่ยวกับ Social Media Insight ในด้านของเครื่องมือ (Tools) ที่ใช้หาข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลึก และบริการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Online Research) หากสนใจข้อมูล Insight แบบนี้ในธุรกิจของคุณหรือต้องการทดลองใช้เครื่องมือแบบฟรีๆ สามารถขอทดลองใช้ Demo ได้ที่ www.thothzocial.com

Button

ประเทศไทยมีจุดยืน!! Facebook ไทยเติบโตยังไงใน AEC 2015

ในยุคที่ Social Media มีหลากหลาย Platform เกิดขึ้นมาใหม่เต็มไปหมด แต่ Facebook ก็ยังคงเป็นช่องทางหลักสำหรับทุกเพศทุกวัยและเมื่อแบรนด์หรือนักการตลาดจะทุ่มทุนไปกับการทำการตลาดใน Social Media ก็มักจะมีคำถามว่า “Facebook จะอยู่อีกนานมั้ย?”

วันนี้ทาง Zocial, inc. ได้ทำการสำรวจและเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของประชากร Facebook ทั้งของทั่วโลก, ในประเทศไทย และทุกประเทศในประชาคมอาเซียน (AEC) ให้เห็นกันจะๆ ตามมาดูข้อมูลที่น่าสนใจกันดีกว่า และคุณจะได้คำตอบว่า “Facebook จะอยู่อีกนานมั้ย?”

Continue reading “ประเทศไทยมีจุดยืน!! Facebook ไทยเติบโตยังไงใน AEC 2015”