อย่ารอให้สายเกินแก้!! ไลฟ์สไตล์เสี่ยงโรคร้ายแรงที่ไม่ควรมองข้าม

         อยู่ในช่วงหน้าฝนกันแบบนี้ ทำเอาหลายคนต้องเผชิญกับความไม่แน่ไม่นอนกับลมฟ้าอากาศกันอยู่ทุกวัน บางวันก็ร้อนจนเกินบรรยาย บางวันก็ฝนตกหนักระดับพายุเข้า แน่นอนว่าอากาศเปลี่ยนแปลงรายวันแบบนี้คงเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยของหลายคนเลยใช่ไหมครับ แต่อาการเจ็บป่วยของคนเรายังมีโรคที่ร้ายแรงกว่าไข้หวัดอยู่อีก ดังนั้น #THOTHZOCIAL ขอนำเสนอข้อมูลสุขภาพเกี่ยวกับสถิติโรคร้ายแรง ที่ใครๆก็ไม่อยากเป็นและพยายามหลีกเลี่ยง แต่หารู้ไม่ว่า “ไลฟ์สไตล์” ของเรานั่นแหละที่เป็นตัวการสำคัญให้โรคร้ายแรงก่อตัวขึ้น โดยโรคร้ายแรง และพฤติกรรมเหล่านั้นจะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยครับ


2


         ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีและวิทยาการการแพทย์ในปัจจุบันจะพัฒนาไปมากจนสามารถตรวจเจอโรคได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น แต่โรคร้ายก็ยังคงเป็นสาเหตุต้นๆที่คร่าชีวิตคนไทย ซึ่งโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนไทยสูงสุด คือ มะเร็ง ซึ่งจากสถิติแล้วเป็นสาเหตุการตายอันดับ ของคนไทยมาตั้งแต่ปี 2543 โดยจากข้อมูลปี 2557 โรคมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยไป 70,075 คน หรือเฉลี่ยแล้วทุก ชม.จะมีคนตายถึง 8 คนเลยทีเดียว รองลงมาจะเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง และความดันเลือดสูง ที่จำนวน 32,231 คน หรือเฉลี่ยชม.ละ คน ถัดจากนั้นจะเป็น โรคปอดอักเสบและโรคอื่นๆของปอด โรคหัวใจ โรคไตอักเสบและกลุ่มอาการของไตพิการ โรคเกี่ยวกับตับและตับอ่อน เป็นต้น โดยหากพิจารณาดูแล้วจะพบว่าโรคส่วนใหญ่ที่เป็นสาเหตุการตายนั้นจัดเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือเรียกว่า กลุ่มโรค NCDs (Non-communicable diseases) นั่นเอง


กลุ่มโรค NCDs คืออะไร?

         กลุ่มโรค NCDs นั้นเป็นชื่อเรียกกลุ่มโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ หรือจากเชื้อโรค ไม่ติดต่อผ่านการสัมผัส คลุกคลี หรือผ่านตัวโรค (พาหะแต่เกิดจากความเสื่อมสภาพของร่างกาย และส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบไม่ระวังของคุณ หรือก็คือโรคที่ส่วนใหญ่เกิดจากนิสัยและไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตเราที่มีพฤติกรรมเสี่ยงนั่นเอง โดยอาการจะค่อยๆ สะสมจนวันดีคืนดีก็กลายมาเป็นโรคร้ายแรงที่เราทุกคนกลัวกัน ซึ่งพฤติกรรมเสี่ยงบางอย่างทุกคนต่างก็รู้ดีและพยายามหลีกเลี่ยง แต่พฤติกรรมเสี่ยงบางอย่างหลายคนกลับไม่รู้แถมยังทำกันเป็นกิจวัตรประจำวันโดยไม่ระวังอีกด้วย


3


         จากข้อมูลของ สสสหรือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พบว่า พฤติกรรมเสี่ยงหลัก ที่จะก่อโรค มีดังนี้ 

1.ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

2.สูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่ 

3.กินอาหาร หวานมันเค็ม 

4.ไม่ค่อยออกกำลังกาย 

5.เครียดบ่อย 

6.มีพ่อแม่ ญาติใกล้ชิดป่วยเป็นกลุ่มโรค NCDs

         ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นพฤติกรรมทั่วไปของทุกเพศ ทุกวัย และแสดงให้เห็นอีกว่าความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงไม่จำกัดอยู่แค่คนสูงอายุ แต่กลับเป็นวัยทำงานซะอีกที่มีโอกาสทำพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้มาก เนื่องด้วยปัจจัยเรื่องเวลาที่เร่งรีบ การทำงานที่เคร่งเครียด หรือรูปแบบการเข้าสังคมในปัจจุบัน และยังมีอีกหลายพฤติกรรมที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงได้ ด้วยเหตุนี้ทาง ThothZocial จึงได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ที่คนออนไลน์แชร์กันผ่านทางโซเชียลมีเดีย เป็นระยะเวลา เดือน ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ถึง สิ้นเดือนสิงหาคม โดยรวบรวมได้เป็นจำนวน 295,924 ข้อความ และแบ่งออกเป็น กลุ่มไลฟ์สไตล์เสี่ยงก่อโรคร้ายแรง ดังต่อไปนี้

         อันดับแรกที่มีคนแชร์กันมากที่สุด คือกลุ่ม Sleepless Society หรือพฤติกรรม การนอนดึก คิดเป็นสัดส่วน 42.3% หรือเกือบครึ่งของการเก็บข้อมูลครั้งนี้ ก็แหมมันเป็นช่วงเวลาอิสระหลังเลิกงาน ที่เราจะสามารถทำอะไรๆ ได้อย่างสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดีย ฟินกับซีรี่ย์เกาหลีเรื่องโปรด ติดตามละครดัง รวมถึงคนที่ชอบทำงานจนดึกดื่น ฉะนั้นการนอนดึกจึงเป็นพฤติกรรมที่เราคุ้นเคยกันดี เราเลยเพิ่มดีกรีด้วยการนอนดึกแถมยังต้องตื่นเช้าเข้าไปอีก พอพักผ่อนไม่เพียงพอ เวลาของการซ่อมแซมและฟื้นฟูก็น้อยลงตามไปด้วย ไม่เพียงแค่โทรมนะครับ แต่ยังส่งผลเสียทั้งด้านการทำงานของอวัยวะ และระดับฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติอีกด้วย เช่น หลั่ง คอร์ติซอล หรือฮอร์โมนเครียดมากขึ้นซึ่งจะกระตุ้นให้อยากอาหารหวานๆ มากขึ้น เป็นต้น 

         สำหรับกลุ่ม Party Hard หรือพฤติกรรม ดื่มเหล้า คิดเป็นสัดส่วน 25.7% แน่นอนว่าหนุ่มสาว สังคมกว้างขวางอย่างเราๆ ชีวิตที่ห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนฝูงมากมาย ก็ต้องมาคู่กับการสังสรรค์ ปาร์ตี้ต่างๆ อย่างแน่นอน และสิ่งที่ช่วยเพิ่มสีสันในงานปาร์ตี้ก็คงจะหนีไม่พ้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเราต่างก็รู้ดีว่าการดื่มเหล้ามากๆ จะทำให้เป็น โรคตับอักเสบ และตับแข็งได้ แต่นอกจากนั้นแล้วยังพบว่ามีโอกาสเกิด โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง เช่น มะเร็งในช่องปากหลอดอาหารตับ เป็นต้น เรียกได้ว่าสารพัดโรคเลยทีเดียว

         ตามมาติดๆ กับกลุ่ม Buffet & Fast Food Lover หรือพฤติกรรมกินอาหารอาหารรสจัด ทอด ปิ้ง ย่าง คิดเป็นสัดส่วน 23.6% ทุกพักกลางวันกับเมนูโปรดใกล้ออฟฟิศมีใครเคยตกใจเวลาเพื่อนๆ ปรุงรสชาติของอาหารจานโปรดของพวกเขาไหมครับ บางคนใส่น้ำตาลเหมือนจะเชื่อมน้ำซุป บางคนก็ใส่น้ำปลาเกือบครึ่งขวด หรือบางคนที่ตักพริกป่นใส่ตั้ง 3-4 ช้อน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวาน ไม่มีซ้ำ แต่ในเครื่องปรุงที่ช่วยเพิ่มแต่ละรสชาตินั้น ก็ให้สารอาหารที่ต่างกัน เช่น การกินอาหารหวานจัดเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญน้ำตาลไปใช้ได้หมดจะทำให้ถูกสะสมในรูปไขมัน นานวันเข้าก็จะส่งผลต่อการทำงานของอินซูลิน ส่งผลให้เป็นโรคเบาหวาน อาหารเค็มจัดนอกจากทำให้ไตทำงานหนักจนอาจเป็นโรคไต โซเดียมที่สูงก็ยังส่งผลให้ร่างกายดึงน้ำไว้ในกระแสเลือดมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง

         และสำหรับพนักงานออฟฟิศ เป็นเรื่องที่แน่นอนว่าชีวิตจะดี๊ดีช่วงสิ้นเดือน และหนึ่งในร้านอาหารที่เรามักเลือกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ แน่นอนว่าต้องมีร้านอาหารบุฟเฟ่ต์สุดคุ้ม รวมถึงร้านอาหารประเภทปิ้งย่าง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่างแบบเกาหลี หรือร้านบาร์บีคิวต่างๆ แหมๆ ก็แค่เดือนละครั้งสองครั้งเอง” หลายคนกำลังคิดแบบนี้กันอยู่ใช่ไหมครับ แล้วข้าวเหนียวหมูปิ้งหน้าออฟฟิศที่อุดหนุนทุกเช้าละ ยังมีอาหาร Fast Food ที่แวะไปอุดหนุนความสะดวกและรวดเร็วกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งถ้าเราได้รับไขมันมากเกินกว่าที่ร่างกายเผาผลาญได้ มันก็จะไปเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้ต้องใช้แรงดันสูงในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายจนเกิดภาวะความดันโลหิตสูง ส่วนอาหารทอด ปิ้ง ย่าง ที่มีความไหม้เกรียมก็จัดว่าเป็นสารก่อมะเร็งชั้นเยี่ยมเลยนะครับ

         และสุดท้ายกลุ่ม Smoking lots หรือพฤติกรรมสูบบุหรี่ และรวมไปถึงผู้ที่ได้รับควันบุหรี่เป็นประจำ คิดเป็นสัดส่วน 8.3% สารพิษในบุหรี่เป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งชนิดต่างๆ เช่น มะเร็งในช่องปากกล่องเสียงหลอดลมหลอดอาหารปอด เป็นต้น ยังมีโรคเหงือก โรคถุงลงโป่งพอง โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ และอีกมากมาย ซึ่งหลายคนมักมีความคิดว่า โรคร้ายแรงพวกนี้น่ะหรอ ฉันไม่มีทางเป็นหรอก เพราะฉันไม่ได้สูบบุหรี่” ใช่ครับคุณไม่ได้สูบบุหรี่ แต่คนใกล้ตัวรวมถึงคนที่คุณรู้จักพวกเขาสูบบุหรี่ เพราะสารพิษไม่ได้อยู่แค่ในมวนบุหรี่เท่านั้น แต่อยู่ในควันบุหรี่ด้วย ฉะนั้นการได้รับ หรือหายใจเอาควันบุหรี่เข้าไป นั่นหมายถึงคุณได้รับสารพิษเช่นกัน สำหรับกรณีแบบนี้เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้เห็นข่าว หรือเรื่องราวของหลายๆ คนมาบ้างนะครับ ว่าคนใกล้ตัวเขาสูบบุหรี่แต่โรคร้ายแรงกลับมาก่อตัวอยู่กับเขาแทน นี่แหละครับโอกาสเสี่ยง


4


         ความกังวลไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ เพราะใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าค่ารักษาพยาบาลของโรคร้ายแรงเหล่านี้มหาศาลแค่ไหน เนื่องจากมันไม่ใช่โรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในครั้ง หรือสองครั้ง แต่เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องอาศัยการรักษา และบำบัดระยะยาว จากข้อมูลนี้แสดงให้เห็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณในการรักษาโรคร้ายแรงบางชนิด ซึ่งค่าใช้จ่ายจริงๆ จะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์และโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา จะเห็นได้ว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคมะเร็งเฉลี่ยอยู่ที่ 100,000 บาทขึ้นไป และหากเป็นโรคมะเร็งที่เป็นมีความเรื้อรัง การรักษาต้องใช้เวลานานขึ้น ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว หรือกรณีโรคหัวใจ หากต้องรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่า 100,000 บาท และหากถึงขั้นต้องทำการผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจด้วยแล้ว ค่าใช้จ่ายก็คงตามมาอีกหลายแสนบาทเลยทีเดียว ทั้งนี้ตัวอย่างค่าใช้จ่ายของโรคหัวใจ หากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ ก็อาจจะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าประมาณหนึ่งหรือสองเท่า แต่เฉลี่ยแล้วก็ยังต้องใช้เงินเก็บราวๆ หลักแสนอยู่ดี นั่นหมายถึงคุณต้องมีเงินเก็บมากกว่านั้นเพื่อทำการรักษาโรคร้ายแรงเหล่านี้ได้

         เห็นแบบนี้แล้วคุณจะแน่ใจได้มากแค่ไหนกับกิจวัตรประจำวัน ที่อาจเป็นสาเหตุเริ่มต้นของโรคร้ายแรงในตัวคุณ  ถึงแม้ความเสี่ยงจะน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้น เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน” และหากวันนั้นมาถึง คุณมีความพร้อมที่จะรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเรื่องสุขภาพมากน้อยแค่ไหน หรือต้องใช้เวลาเก็บหอมรอมริบนานเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นได้


5


และสำหรับใครบางคนที่มีความฝัน หรือจุดมุ่งหมายในชีวิต ก็คงจะไม่อยากเสียเงินเก็บตรงส่วนนั้นไปกับค่ารักษาพยาบาลใช่ไหมครับ ฉะนั้นหลายๆ คนจึงมีความคิดที่จะหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ส่วนอีกหลายๆ คนก็เริ่มต้นดูแลสุขภาพตัวเองกันแล้ว เห็นได้จากกระแสรักสุขภาพที่กำลังเป็นที่แพร่หลายกันอยู่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรเวลาในการออกกำลังกายรูปแบบต่างๆ หรือการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง เสี่ยงต่อโรคร้ายน้อยลง แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถลดโอกาสโรคร้ายแรงไปได้ทั้งหมดนะครับ เพราะถึงจะมีความเสี่ยงน้อยลงแต่ถ้าเราเกิดโชคร้ายเป็นขึ้นมาก็คงจะไม่คุ้มกัน

         ดังนั้นจะดีแค่ไหน ถ้าเราได้วางแผนรับมือกับความเสี่ยงทั้งหลายตั้งแต่ตอนนี้ ซึ่งทุกวันนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ช่วยแบ่งเบาความเสี่ยงที่หลากหลาย ให้เราได้เลือกตามความเหมาะสม อย่างผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ โครงการ CI Perfect Care จากเมืองไทยประกันชีวิต ที่ครอบคลุมถึง 36 โรคร้ายแรง คุ้มครองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นถึงระยะสุดท้าย CI Perfect Care มาในรูปแบบรับผลประโยชน์เป็นเงินก้อน ให้คุณหมดกังวลเรื่องค่ารักษาไปได้เลย เพราะคุณสามารถจัดสรรค่ารักษาพยาบาลได้อย่างเต็มที่ ตามทุนที่คุณเลือกไว้ บวกกับวิทยาการทางการแพทย์ปัจจุบันช่วยให้เราตรวจพบโรคร้ายแรงได้เร็วขึ้น ทำให้เรารับการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะหายจากโรคได้มากขึ้นด้วย

         คราวนี้ก็ถึงเวลาของคุณแล้วว่าจะตัดสินใจอย่างไร ระหว่างลงทุนตั้งแต่ตอนนี้เพื่อชุดเกราะที่แข็งแกร่งพร้อมต่อสู้กับโรคร้ายแรงได้อย่างไร้กังวล แถมยังช่วยคุ้มครองเงินเก็บของคุณไม่ให้สูญไปกับค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะบานปลายจนคุณคาดไม่ถึง หรือจะรอให้โอกาสนั้นเกิดขึ้น ตอนที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ทันหันมาใส่ใจ และลงทุนเพื่อสุขภาพกันนะครับ

สนใจรายละเอียด คลิ๊กดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ “โครงการ CI Perfect Care จากเมืองไทยประกันชีวิต”


พฤติกรรมเสี่ยงก่อโรคร้ายแรงของคนทำงาน-NCDs